[process] เด็กอินเตอร์แต่อยากเรียนศิลป์ ทำไงกันว้ะ! ...
posted on 04 Feb 2008 19:39 by cloud-cover in cloud-howToเหอๆๆ...อันนี้เป็นรูปที่ขุดขึ้นมาจากแกลเลอรี่ส่วนตัว ให้ดูขัดๆดอก....ไม่งั้นเดี๋ยวเสียตีมบล๊อก 55+
จากในรูป เหนือฟ้าจังหวัดจันทบุรี...เวลาระหว่าง 4-5 น.
ฟ้ากว้าง แดดจ้า ไร้เมฆ วัดจากตาเปล่าได้ประมาณ 0/8 ออคตัส
สวัดดีค่ะ...ท่านผู้อ่าน ...
วันนี้มุกมาพูดเรื่องการศึกษาบ้านเราในระบบอินเตอร์..
และ...ความยากลำบาก...ของเด็กอินเตอร์..ที่ดั้นนน...อยากเรียนศิลป์ค่ะ!
นอกจากเครื่องแบบที่ไม่ค่อยจะเหมือนใครแล้ว (ยกเว้นโรงเรียนพาณิชย์...ก๊อปกันจัง -*-;)..
เคยสงสัยกันบ้างมั้ยว่าเด็กอินเตอร์เค้ามีชีวิตแตกต่างจากเด็กภาคธรรมดายังไง..
ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อน..
อินเตอร์แบ่งออกเป็น2ระบบหลักๆน้ะค้ะ..ซึ่งก็คือ..
1.อินเตอร์แบบอเมริกา..ซึ่งจะจบและเข้ามหาลัยได้หลังจากสอบเทียบ o - level, A-level ..
2.อินเตอร์แบบ บริททิช (อังกฤษ) ซึ่งต้องสอบเทียบ IGCSE หรือเรียนต่อเพื่อสอบ IB
ตอนนี้เราจะไม่พูดถึงระบบที่1. เพราะเจ้าของบล๊อกไม่ได้สัมผัสมา(แป่ววว!)
เราจะมาพูดถึงระบบที่2.เลย..
นักเรียนนานาชาติที่เรียนแบบ british english มาเนี่ย...
จะมีชีวิตสบายๆ..มาจนขึ้น ม.ปลาย หรือ middle high school ..
อันนี้จะเกิดขึ้นตอนอยู่ ม.3 - ม. 4 หากเทียบกับเด็กไทย..
ซึ่งชีวิต 2 ปีนี้ของเด็กอินเตอร์ถือเป็นปีโหดกันเลยทีเดียว..
เพราะจะต้องสอบเทียบวุฒิ ม.6 ตอนปลาย ม.4!
สอบตัวที่พูดถึงเนี่ยคือ สอบ IGCSE
ซึ่งถูกจัดขึ้น2ครั้งต่อปีคือช่วง เดือน 5-6 และ อีกครั้งช่วงเดือน 10-11..
ถ้าพูดตามหลักของผู้จัดสอบ (cambridge &...) การสอบนี้ถือเป็นสอบของเด็กมัธยมตอนกลางเท่านั้น..
แต่สำหรับประเทศเรา...เราสามารถใช้คะแนนสอบเหล่านี้มาเทียบวุฒิม.6ได้ และเข้ามหาวิทยาลัยได้เลย!
การสอบ IGCSE เพื่อเทียบวุฒิ ม.ปลาย ..
มีข้อบังคับคือ ต้องสอบวิชาบังคับ3ตัวให้ผ่าน ดังนี้ maths , English และ Science..
และวิชาเลือกอีก 2 ตัวขึ้นไป..(นักเรียนที่มีภาษาไทยเป็นภาษาแรก ควรสอบวิชาภาษาไทยด้วย)
อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ประเด็นหลักที่เราจะพูดถึง..
ประเด็นหลักก็คือ..
เราต้องการจะช่วยแนะเพื่อนๆที่เรียนอินเตอร์มา..อยากเรียนศิลป์...แต่หาทางออกไม่ได้..หรือ..
น้องๆที่กำลังขึ้น IGCSE ซึ่งอยากจะเรียนศิลป์....ให้เห็นว่าพวกเรามีทางเลือกอะไรบ้าง..
เนื่องจากความที่ดวงจะเรียกว่าดีก็ดี จะว่าซวยก็ซวยที่พวกเราต้องมาสอบเทียบวุฒิกันตอนม.4..
ซึ่งเร็วไปมากหากเทียบกับเด็กไทยที่ได้เรียนอีก2ปี...
(ตามความคิดของเรา มันค่อนข้างจะเร็วเกินไปมากสำหรับวุฒิภาวะของเด็กม.4ที่จะเรียนมหาลัย)
ถ้าถามว่า..จบ IGCSE แล้วต่อ ม.5-6 อีก2ปีเพื่อความพร้อมได้มั้ย...
คำตอบคือแน่นอนอยู่แล้วว่าย่อมได้....เนื่องจากตามระบบจริงแล้วมันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น..
(หลังจากจบ IGCSE มี IB รองรับอีก 2 ปี)...
แต่ลองนึกดูน้ะค้ะ...
ว่าหากคุณเป็นเด็กไทย...ที่มีสิทธ์เข้ามหาลัยได้เลย กับเรียนต่ออีก 2ปีเพื่อ..เข้ามหาลัยเหมือนกัน
คุณจะเลือกแบบไหน...
อย่างไรก็ตาม..จากสถิติแล้วนักเรียนไทยส่วนใหญ่เลือกที่จะเข้ามหาลัยเลยค่ะ (ในระบบ อินเตอร์)
การสอบ IGCSE จะต้องรอผลนานดังนั้น ...
บางครั้ง (โดยส่วนมาก)..ผลสอบจะออกไม่ทันลงสมัครเข้ามหาลัย..
มุกแนะนำให้ใช้ใบ certificate จากทางโรงเรียนของเราไปยื่นก่อน..(ขอได้จาก admission ของโรงเรียน)
หรือหากจะลงสมัครตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ (บางคนสอบ IGCSEตั้งแต่ year 10) ..
ให้ขอใบแสดง pending ว่าเราอยู่ระหว่างการเรียนชั้นปีที...ได้สอบแล้วและกำลังรอผลสอบอยู่ ..
ผลสอบจะออกใน.... ซึ่งขอได้จากฝ่าย admission ของโรงเรียนอีกเช่นกัน..
(สำคัญมาก..เอกสารดังกล่างต้องออกในนามของโรงเรียนเท่านั้น)
อีกอย่างหากเราจะ aim มาเรียนทางนี้ เราก็ควรจะลงเรียนวิชา IGCSE art เป็นวิชาเลือกไว้ด้วยเลย..
ซึ่ง อันนี้จะช่วยมาก...เพราะเราจะต้องใช้ portfolio ในการยื่นในการสอบ..บางที่เป็นสัมภาษณ์..
บางที่เป็นยื่นตั้งแต่ตอน data submit process
นอกเหนือจาก portfolio และ ใบ certificae /pending จากทางโรงเรียนแล้ว..
เอกสารทั่วไปที่ควรจะมีเตรีมไว้ตั้งแต่เนิ่นๆก็คือ..
1. ใบ transcript จากทางโรงเรียน..
อันนี้...จะเป็นเหมือนใบรายงานผลการเรียนย้อนหลังตั้งแต่เคยเรียนมา..กี่ปีก็ว่าไป..
2. recomendation Letter...
อันนี้...คือจดหมายแนะนำตัวเรา..จากอาจารย์ มุกแนะนำให้ขอไว้ 3-4ใบเลย..
(ควรเช็คให้ดีก่อน..บางมหาลัยต้องให้อาจารย์เขียนใน form ของเค้า)..
เพราะเราต้องได้ใช้อย่างแนนอน..
3. รูปถ่าย formal ใน passport size..
(ใช้จริงควรมีลายเซ็นต์กำกับข้างหลังภาพ)
และ...
4. copy of ID card
(เมื่อใช้จริงต้องเซ็นต์รับรองสำเนาด้วย..ให้เขียนกลางแผ่นที่ถ่ายมาว่า สำเนาถูกต้องแล้วลงชื่อซ้ะ)
จริงๆแล้วยังมีเอกสารต้องใช้อีก..แต่เอกสารอื่นๆที่ว่านั้น..อยู่ที่ทางมหาวิทยาลัยจะ require..ค่ะ..
คือโดยตามปกติแล้ว จะมีอาจารย์แนะแนว..
แต่ น.ร นานาชาติ ไม่มีค่ะ...เราจะมีแต่ co - ordinater
ซึ่งพยายามช่วยเราอย่างเต็มที่..
(แต่ก็ไม่รู้เรื่องระบบการศึกษาของเรามากนัก หากเทียบกับครูแนะแนวของเด็กไทย)
เพราะฉะนั้น วิธีเดียวที่จะเรียน2ปีสุดโหดได้อย่างมีความสุขและ..เข้ามหาลัยที่อยากเข้าได้..
คือต้องมีการเตรียมตัวที่พร้อมและต้องรู้ข้อมูลของมหาลัยที่จะเข้าอยู่มากเลยหล่ะค่ะ
ทีนี้..มาพูดถึง...ทางเลือกของพวกเรากันบ้าง
ว่ามีที่ไหนที่น่าสนใจ และ require เอกสารอะไรอีกบ้าง..
1. Chula Inter
ที่นี่มี 2 สาขาที่เหมือนจะอยู่ใน field ของพวกเราคือ Comunication art และ Inda
แต่ขอยืนยันว่าหากคุณเป็นเด็กศิลป์จริง...คุณคงไม่ชอบแน่..
เพราะ คณะแรกที่คนเข้าใจผิดว่าเป็นนิเทศ...communication art
จริงๆแล้วเป็นคณะ comunication management ซึ่งอยู่ใน field ของ social science
และคณะที่ 2 inda ...ซึ่งเข้าใจว่าเป็นสถาปัตยกรรมศาสตร์ ก็อยู่ใน field ของ Physical science..
[อ้างอิง: http://www.inter.chula.ac.th/inter/internationalstudents/InterProgramList2006.htm]
2. thammasat inter
แว่วว่า วารสารศาสตร์ จะเปิดเป็นอินเตอร์เร็วๆนี้...ให้ติดตามข่าวไปเรื่อยๆน้ะค้ะ..
3. Mahidol Inter
ที่นี่มีคณะที่น่าสนใจมากอยู่ ถ้าชอบก็แนะนำให้ลองน้ะค้ะ..
คณะ Entertainment Media ใน field ของ BACHELOR of ARTS (B.A.) ค่ะ..
requirement ของที่นี่น้ะค้ะ : http://www.muic.mahidol.ac.th/admission/admission_RULES.html
รายละเอียดอื่นๆ..หาได้ที่.. : http://www.muic.mahidol.ac.th/admission/index.html ค่ะ
ป.ล. จะติดอยู่อย่างนึงที่โดยส่วนมาก นักศึกษามักติด pre ก่อนได้เรียนน้ะค้ะ...
แต่ยังไงก็ตามถ้าชอบ ก็น่าสนใจมากไม่ใช่เหรอค้ะ..ทนนิดหน่อยก็ได้เรียนแล้วค่ะ..
4. ศิลปากร...
ตอนแรกก่ะว่าจะเอาขึ้นเป็นม.แรก..แต่ก็ลังเล จนมาอยู่นี่แหละค่ะ...55+
ที่นี่มี Bachelor of Fine Arts (Double degree) in Multimedia Design
หารายละเอียดคณะ ได้ที่นี่ : http://www.suic.org/programs/bfa_multimedia.html
requirement น้ะค้ะ : http://www.suic.org/admission/apply.html
5. Kmutt
มีใครรู้จักรึปล่าวค้ะ..ที่นี่คือ ม.เทคโนโลยี พระจอมเกล้า ธนบุรี
เป็น ม. ที่น่าสนใจที่สุดสำหรับมุกเลยน้ะ แต่ลางเนื้อชอบลางยาค่ะ..
ที่นี่มีหลายคณะเลยน้ะค้ะ...
ดูรายละเอียดคณะได้ที่นี่เลยค่ะ.. : http://www.arch.kmutt.ac.th/
requirement ค่ะ : http://www.arch.kmutt.ac.th/admission.html
ป.ล. ที่นี่ campus จะบ้านนานิดนึงน้ะค้ะ (ไมนิดเหอะ 55+) แต่ถ้าอยากเรียน คงไม่สนหรอกจริงมั้ยค้ะ..
ป.ล.02. ที่นี่...จะเป้นที่รู้จักของเด้กไทยสายศิลปืมาก ดังนั้น..เราต้องแข่งกับเด็กไทยค่ะ
หลุดจาก มหาลัยหลักแล้วน้ะค้ะ..
อย่างไรก็ตาม ... อย่าเพิ่งหมดหวังน้ะค้ะ.. ม.อื่นๆยังมีให้เลือกอีกเยอะเลยค่ะ
6. ABAC
รายชื่อคณะที่น่าสนใจได้แก่ ...
ABAC School of Architechture
ABAC School of Arts
และ..
ABAC School of Communication Arts
รายละเอียด สอบถามที่ : www.abac.ws ค่ะ
7.รังสิต
หาข้อมูล ได้ที่นี่ค่ะ : http://www.rsu.ac.th/
admission requirement ค่ะ : http://www.rsu.ac.th/
8.กรุงเทพ
ที่นี่มี คอร์ส Communication Arts และ Computer Graphics and Multimedia ค่ะ
(คลิกได้เลยค่ะ..)
admission requirement ค่ะ : http://admission.bu.ac.th/
9. นอกเหนือจากมหาลัยแล้ว...เรายังมีทางเลือกอีกทางคือ..institute ต่างๆน้ะค้ะ..
ซึ่งตามสถาบันแบบนี้เป็นแบบสายอาชีพค่ะ..ข้อเสียคือ..ค่าเทอมแพงอย่างเดียวค่ะ
ที่รู้จักดีก็มีที่นี่ : http://www.raffles-design-institute.in.th/landing/index_e.html
ที่นี่เปิดใหม่ค่ะ : http://www.dek-d.com/content/view.php?id=936
นึกออกรึยังค้ะว่าอยากจะเข้าที่ไหน..
ยังไงดูมหาลัยให้ละเอียด ถ้าเป็นไปได้ให้หาพี่ๆที่คณะมาปรึกษาจะดีมาก..
มีอะไรสงสัยอยากถาม หาทางออกไม่ได้ ก็เม้นไว้น้ะค้ะ..ถ้าช่วยได้มุกก้จะช่วยค่ะ..
ขอให้มีความสุข สอบติด มีที่เรียนดีๆ ทุกคนน้ะค้ะ..
ป.ล. ติด kmutt comdes แล้วค่ะ...*ล่องลอยยยย*!
ป.ล.02. ระลึก ashburied perfection ณ regent school คิดถึงหว่ะ
ป.ล.03. ขอบคุณ SOA+D Kmutt อีกครั้ง งามๆที่ให้มุกได้เรียนที่นี่..
ป.ล.04. kamsanida อาจารย์ จุงค่า !
ป.ล.05. จะไม่ยอมให้พีทจีบแตก 5555555555+
edit @ 4 Feb 2008 22:56:16 by =Oktas=
edit @ 4 Feb 2008 22:57:21 by =Oktas=

ABAC School of Arts อันนี้ก็ไม่เกี่ยวนะ
เป็นพวก art-jap, art-eng ไม่ใช่ศิลปกรรม ไม่เกี่ยวนะคนจะเข้าใจผิดกันเยอะ
เอแบคจริงๆถ้าจะเอาศิลป์ ไม่รวมสถาปัตเหลืออยู่เดปเดียวคือ visual comm. art อยู่ใน fac of communication arts อีกที วิช่วลเรียกภาษาเราก็นิเทศศิลป์นั่นแหละ ถ้าจะเอานิเทศศิลป์อย่าลงคอมอาร์ทไม่เลือกวิซคอม เพราะมันไม่เกี่ยวโดยตรง จะเป็น adver, performance พวกนั้นมากกว่า..
บอกกันเป็นทิปนอดนึง.. ถ้าอินเตอร์ไม่รู้จะเข้าม.อะไรจะเข้าเอแบคก็ได้ ม.เอกชนไม่ได้แย่ขนาดสู้ม.รัฐไม่ได้ ส่วนที่นี่ ไม่ได้เข้ายากขนาดศิลปากรหรือม.ดังๆหลายๆที่แต่เรียนยากนะคะ.. งานท่วมหัวเอาตัวไม่รอดกันทีเดียว อีกอย่างคือเอแบคเปนม.เน้นธุรกิจ+ภาษา เข้าที่นี่ได้เปรียบเรื่องภาษากันไป แต่มันจะหนักตรงวิชา bg หรือมาเก็ตติ้งทั้งหลายที่ไม่เกี่ยวกับคณะแต่ก็จำเป็นต้องเรียน
เอาข้อมูลมาเสริมให้ ม.อื่นไม่รู้ ไม่เคยเรียน 555555
ปล. แนะนำว่าถ้าจะเข้าเอแบคอยากให้เข้าเทอม 1 อย่าเข้ากลางเทอมหรือเทอมสอง คณะอื่นไม่มีปัญหาแต่วิช่วลจะมีปัญหามากเรื่องลงเรียน หนักๆก็เป็นผลให้ลงเรียนไม่ทัน และอาจจะไม่จบในสี่ปีเพราะบางคอร์สไม่เปิดหรือเก็บไม่ทัน....
ไปแล้ว 555555555 ไม่ได้เม้นบล็อกแกนาน แวะเอามาแปะเหนอัพมีสาระ เลยจะมีบ้าง 55555555
<3
#1 By ceb. (168.120.27.24) on 2008-02-12 01:59